เงินได้พึงประเมิน ประเภทที่ 7 หรือ เงินได้ประเภทที่ 7 เป็นเงินได้ที่ค่อนข้างแปลก เพราะตามประมวลรัษฎากร ได้กำหนดให้เงินได้ประเภทนี้จะต้องมาจากการขายทั้งแรงและวัตถุดิบพร้อมกัน ซึ่งเงินได้ประเภทนี้พบได้มากในอาชีพผู้รับเหมา ไม่ว่าจะเป็นงานก่อสร้าง ผลิตสินค้า ทำผลิตภัณฑ์บางอย่าง และแน่นอนว่าตัวผู้รับเหมาจะต้องเป็นคนจัดหาวัตถุดิบด้วยตัวเองอีกด้วย ถ้าผู้จ้างเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบมาให้ โดยที่ผู้รับเหมาลงแรงเฉย ๆ แบบนี้จะไม่ถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 7 แต่ให้ถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 2 เพราะเสมือนกับการรับจ้างทั่วไปเท่านั้น และนอกจากนี้ถ้าปริมาเงินในการรับเหมาครั้งนั้น ๆ มีมูลค่าสูงมาก อาจจะถือว่าเงินนั้นเป็น เงินได้ประเภทที่ 8 ก็ได้
เงินได้ประเภทที่ 7 สามารถหักค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนได้ 2 แบบ คือ หักตามที่ใช้จริง โดยอ้างอิงตามหลักฐานการใช้จ่ายอย่างชัดเจน หรือจะหักค่าใช้จ่าย 60% จากยอดเงินทั้งหมดก็ได้
ตัวอย่าง เอ รับเหมาก่อสร้าง ในการก่อสร้างครั้งนี้ เอ ได้จ้างพนักงาน 20 คน เป็นเงิน 100,000 บาท และได้ซื้อวัสดุมาเป็นวัตถุดิบ 500,000 บาท เมื่อเสร็จงานแล้ว เอ ได้รับเงิน 800,000 บาท ดังนั้น เงินได้สุทธิประเภทที่ 7 คือ
800,000 – (500,000 + 100,000) = 200,000 บาท (กรณีหักตามจริง)
800,000 – (800,000 x 60%) = 320,000 บาท (กรณีหักแบบเหมา)
ตัวอย่าง เอ รับเหมาก่อสร้าง ในการก่อสร้างครั้งนี้ เอ ได้จ้างพนักงาน 20 คน เป็นเงิน 100,000 บาท แต่ในส่วนวัสดุที่ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับงานก่อสร้าง ผู้ว่าจ้างได้ซื้อมาเตรียมไว้ให้แล้ว เมื่อเสร็จงานแล้ว เอ ได้รับเงิน 200,000 บาท ในกรณีนี้ เงินที่ เอ ได้ ไม่ใช่เงินได้ประเภทที่ 7 แต่เป็นเงินได้ประเภทที่ 2 ซึ่งเป็นการจ้างงานทั่วไปแทน แล้ว เอก็ต้องนำเงิน 200,000 ไปหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อีกที

Leave a Reply