ในแต่ละปีภาษี บุคคลที่มีเงินได้ล้วนมีรายจ่ายมากมาย นอกจากต้นทุนในการทำธุรกิจ ยังมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าแรง ค่าครองชีพ ค่าเลี้ยงดูบุตรหลาน บุพการี ภรรยา จะเห็นว่านี้เป็นค่าใช้จ่ายมหาศาล ดังนั้นประมวลรัษฎากรจึงได้กำหนดกฎเกณฑ์ให้นำค่าลดหย่อนไปใช้เป็นตัวช่วยในการลดภาระการจ่ายภาษีให้น้อยลง
ค่าลดหย่อนมีหลายรูปแบบ แต่ที่ที่พบได้บ่อยสำหรับบุคคลทั่วไปจะประกอบด้วยค่าลดหย่อนส่วนตัว ค่าลดหย่อนคู่สมรส ค่าลดหย่อนบุตร ค่าลดหย่อนผู้พิการ ทุพพลภาพ ค่าลดหย่อนบิดามารดา ค่าลดหย่อนในแต่ละส่วนจะมีอัตราที่แตกต่างกัน และนอกจากนี้จะมีค่าลดหย่อนพิเศษที่จะได้จากการร่วมลงทุนในธุรกิจที่รัฐบาลเป็นคนกำกับดูแลเช่น กองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ LTF RMF การจ่ายประกันสุขภาพ ประกันสังคม การบริจาคเงินให้สาธารณะประโยชน์ที่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร นอกจากนี้ยังสามารถใช้เงินตามโครงการพิเศษต่าง ๆ เช่นโครงการส่งเสริมการท่องเที่ย วโครงการช็อปช่วยชาติ โครงการซื้อหนังสือ โครงการผ่อนบ้านหลังแรก ซื้อรถคันแรก บริจาคพรรคการเมือง ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีจุดเด่นตรงที่รัฐบาลเป็นผู้ส่งเสริม นอกจากจะได้ประโยชน์กับตัวผู้ใช้จ่ายแล้วยังได้ประโยชน์กับรัฐบาลด้วย
นอกจากค่าลดหย่อนแบบปกติแล้ว ยังมีค่าลดหย่อนที่เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น ค่าซ่อมบ้าน ซ่อมรถยนต์ ที่เกิดจากเหตุธรรมชาติ แผ่นดินไหว น้ำท่วม พายุ
ค่าลงหย่อนจะถูกนำไปใช้ลดเงินต้นที่จะนำไปคำนวณ ไม่ใช่ลดยอดภาษีที่ต้องจ่ายหลังคำนวณ เช่น สมมุตว่าปีนี้มีรายได้สุทธิ์ 3,000,000 บาท กรณีไม่มีค่าลดหย่อน จะต้องเอาเงินจำนวณ 3,000,000 ไปคำนวณตามอัตราภาษีก้าวหน้าทุกบาททุกสตางค์ แต่ในกรณีที่มีค่าลดหย่อน จะต้องนำเงินได้สุทธิ์ มาลบกับค่าลดหย่อนก่อนถึงจะนำไปคำนวณภาษีได้

Leave a Reply